ชาเจียวกู้หลาน,ชาเจียวกู่หลาน,ชาเจียวกูหลาน,ชนิดชาถุงชง,ชาเจียวกู้หลาน ดีต่อสุขภาพคุณภาพคัดพิเศษจากยอดดอยเชียงใหม่ - ชาเจียวกู้หลาน -

ชาถุงเจียวกู้หลาน ดีต่อสุขภาพ
    คุณภาพคัดพิเศษจากยอดดอยเชียงใหม่

ความรู้เรื่อง ชา

เรื่องของชา ประวัติของชา สมุนไพรที่นิยมนำมาทำเป็นชา  ชาถุงเจียวกู้หลาน

    ชาเจียวกู้หลาน เป็นชาประเภทที่ให้คุณค่า คุณประโยชน์ครบเครื่อง คือ ได้ทั้งประโยชน์ในเรื่องของ อรรถรสของคนชอบดื่มชา ได้ประโยชน์บำรุงสุขภาพคล้ายหรือเหมือนโสม ได้คุณสมบัติทำให้ร่างกายแข็งแรง เอาไว้เป็นพลังต่อต้านและดีต่อคนที่มีปัญหาสุขภาพ ต่าง ๆ และที่สำคัญ ไม่ทำให้ท้องผูกนอนไม่หลับ เพราะไม่มีสารในกลุ่มจำพวกคาเฟอีน

ชาเจียวกู้หลานธรรมชาติ-เจียวกู้หลานธรรมชาติจากยอดดอยเชียงใหม่
     ต้นชา ต้นชา (ชื่อวิทยาศาสตร์: Camellia sinensis)
ใช้ใบและยอดอ่อนไปผลิตเป็นชาจีน อยู่ในสกุล Camellia
อยู่ในวงศ์ Theaceae ชาขาว ชาเขียว ชาอูหลง และชาดำถูกเก็บเกี่ยวจากพืชสปีชีส์นี้ทั้งหมดกระบวนการผลิตต่างกัน
ทำให้มีระดับของปฏิกิริยาออกซิเดชันต่างกัน กูกิชะ (Kukicha)ทำมาจากต้นชาชนิดเดียวกันแต่ใช้กิ่งและก้านแทนใบ
มีสองสายพันธุ์คือ ชาจีน (Camellia sinensis var. sinensis) และชาอัสสัม (Camellia sinensis var. assamica)
    ชาขาว ชาขาว เป็นชาชนิดหนึ่ง ผลิตจากตูมและยอดอ่อนของต้นชา แหล่งเพาะปลูกชาขาวที่มีชื่อเสียงอยู่ที่มณฑลฝูเจี้ยน ทางตอนใต้ของประเทศจีน กรรมวิธีผลิตชาขาวเริ่มจากการเลือกเก็บยอดอ่อนชาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จากนั้นนำยอดชาที่เก็บได้มาผ่านกระบวนการทำแห้งในระยะเวลาที่รวดเร็ว ด้วยวิธีธรรมชาติโดยอาศัย ลม แสงแดด หรือความร้อนซึ่งจะแตกต่างจากกรรมวิธีผลิตชาประเภทอื่นๆ (ชาเขียว ชาดำ ชาแดง ชาอู่หลง) ที่ผ่านกระบวนการทำแห้งด้วยความร้อนหรือไอน้ำและผ่านกระบวนการหมักสำหรับชาบางประเภท ทำให้ปริมาณสารต่อต้านอนุมูลอิสระและคุณค่าทางโภชนาการของชาขาวยังคงไว้ได้มาก รวมทั้งกลิ่นและรสชาติของชาขาวที่ยังคงความสดชื่น และนุ่มนวล ชาขาวจึงเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพสูง
     ประเทศจีน เป็นแหล่งผลิตดั้งเดิมของใบชา ชาขาวมีชื่อเดิมตามภาษาท้องถิ่นจีนว่า หยินเซน (แปลว่าเข็มเงิน) ชาวจีนดื่มชาขาวมานานกว่า 1,500 ปี ในปีคริสต์ศักราช 618-907 สมัยราชวงศ์ถังเป็นยุคสมัยของประวัติศาสตร์ชา รูปแบบของชาและวิธีในการเตรียมจะมีความแตกต่างจากปัจจุบัน[1] การผลิตชาขาวในสมัยนั้น ชาขาวจะถูกเก็บตูมชาภายใน 48 ชั่วโมงนับตั้งแต่วินาทีที่ตูมชาแรกผลิออกมา การเก็บเกี่ยวจะต้องทำอย่างพิถีพิถัน โดยจะเก็บเกี่ยวด้วยมือเท่านั้นและเลือกเก็บเฉพาะในช่วงวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ จากนั้นตูมชาจะถูกทำให้แห้งและอัดรวมเป็นก้อน ส่วนการ ชงชานั้นจะนำใบชาบางส่วนจากก้อนชามาใส่ในน้ำเดือดที่อยู่ในภาชนะเคลือบดินเผาจึงได้น้ำชา ในช่วงสมัยราชวงศ์ซ่ง ระหว่างปี 960-1279 การผลิตและวิธีเตรียมชาทั้งหมดในสมัยนั้นมีการเปลี่ยนแปลง รูปแบบชาในสมัยนั้น ส่วนมากจะอยู่ในลักษณะตูมชาแห้งที่ไม่มีการอัด (loose-leaf styles) และมีการเกิดชารูปแบบใหม่เกิดขึ้น คือ ชาผง กระบวนการผลิตชาเริ่มจากตูมชาจะถูกเก็บและนำมาผ่านกระบวนการอบไอน้ำในระยะเวลาสั้นๆ เพื่อรักษากลิ่นและรสชาติเฉพาะตัว หลังจากนั้นผ่านกระบวนการทำแห้งและบดเป็นผงละเอียด ทำให้เกิดเครื่องดื่มลักษณะใส สีเหลืองอ่อน เมื่อดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ในช่วงสมัยราชวงศ์ซ่งนี้ได้จักรพรรดิ Hui Zhong ได้กล่าวว่า “ ชาขาวเป็นชาที่ดีที่สุดในบรรดาชาทั้งหมด ” และได้เกิดชาขาวขึ้นหลายชนิด เนื่องจากชาขาวเป็นชาที่มีรสชาติเป็นที่พึงพอใจของสังคมชั้นสูง มีกลิ่นหอม รสชาติ และคุณสมบัติดี หายากและมีราคาแพง จึงถือเป็นชาชั้นสูงสำหรับพระเจ้าแผ่นดิน ประเภทชาขาว
    เนื่องจากความแตกต่างของมาตรฐานการเก็บและคัดสรรใบชา รวมทั้งความแตกต่างของสายพันธุ์และถิ่นที่ปลูก สามารถแยกประเภทของชาขาวได้ ดังนี้ ชาไป๋ห่าวหยินเซน (Bai Hao Yinzhen) แปลว่า เข็มเงิน (silver needle) ทำจากตูมชาที่มีรูปลักษณ์เหมือนเข็มซึ่งปกคลุมด้วยขนเล็กๆ สีขาว เป็นชาขาวที่มีคุณภาพดีที่สุด ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเก็บอยู่ระหว่าง 15 มีนาคมถึง 10 เมษายนของทุกปี และจะต้องเก็บด้วยมือภายในระยะเวลาไม่เกิน 48 ชั่วโมง[5] แหล่งเพาะปลูกที่มณฑลฟูเจี้ยน ประเทศจีน ชาไป๋มู่ตาน (Bai Mu Dan/Pai Mu Tan) แปลว่า ดอกโบตั๋นขาว (white peony) ชาไป๋มู่ตานมีคุณภาพเป็นอันดับสอง รองลงจากชาไป๋ห่าวหยินเซน เนื่องจากผลิตจากยอดและใบอ่อนชา แหล่งเพาะปลูกที่มณฑลฟูเจี้ยน ประเทศจีน ชากงเหมย (Gong Mei) แปลว่า คิ้ว (tribute eyebrow) ตามลักษณะของใบชา ชากงเหมย ผลิตจากใบอ่อนชามีคุณภาพเป็นอันดับสาม รองลงจากชาไป๋มู่ตาน แหล่งเพาะปลูกที่มณฑลฟูเจี้ยน ประเทศจีน ชาโซวเหมย ทำจากยอดชาและใบอ่อน มีกลิ่นและรสแรงกว่าชาขาวประเภทอื่นๆ มีคุณภาพดีเป็นอันดับสี่ รองลงจากชากงเหมยตามลำดับ ปลูกมากแถบมณฑลกว่างซีและมณฑลฟูเจี้ยน ประเทศจีน ชาขาวผู่เอ๋อร์ ชาที่ปลูกทางภาคใต้ของมณฑลหยุนหนาน เก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ผลิ ชาขาวผู่เอ๋อร์เป็นชาขาวที่มีคุณภาพ มีกลิ่นหอม รสชาติดี ชาขาวซีลอน มีกลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆ ผสมกับกลิ่นสนและกลิ่นน้ำผึ้ง ปลูกในประเทศศรีลังกา ชาขาวดาร์จีลิง มีรสนิ่มนวล กลิ่นหอมอ่อนๆ ปลูกในรัฐดาร์จีลิง ประเทศอินเดีย ชาขาวอัสสัม มีกลิ่นหอมเฉพาะคล้ายข้าวมอลต์ (malty) ปลูกในรัฐอัสสัม ประเทศอินเดีย ชาขาวแอฟริกัน คล้ายชาไป๋ห่าวหยินเซน แต่มีกลิ่นและรสชาติที่แรง รวมทั้งมีปริมาณคาเฟอีนสูงกว่าชาจีน ปลูกในประเทศมาลาวีและเคนย่า
     ชาเขียว ชาเขียว เป็นชาที่เก็บเกี่ยวจากพืชในชนิด Camellia sinensis (เช่นเดียวกับ ชาขาว ชาดำ และชาอู่หลง ชาที่ไม่ผ่านการหมัก ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพและมีคุณสมบัติในการต้านทานโรคได้นานาชนิดจึงเป็นที่นิยมของคนส่วนใหญ่ น้ำชาจะเป็นสีเขียวหรือเหลืองอมเขียว มีรสฝาดไม่มีกลิ่น แต่จะมีการแต่งกลิ่นเผื่อให้เกิดความน่ารับประทานมากขึ้น ประวัติชาเขียว ชามีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนกว่า 4,000 ปีมีแล้ว กล่าวคือเมื่อ 2,737 ปีก่อนคริสต์ศักราช ชาได้ถูกค้นพบโดยจักรพรรดินามว่า เสินหนง ซึ่งเป็นบัณฑิตและนักสมุนไพร ผู้รักความสะอาดเป็นอย่างมาก ดื่มเฉพาะน้ำต้มสุกเท่านั้น วันหนึ่งขณะที่เสินหนงกำลังพักผ่อนอยู่ใต้ต้นชาในป่า และกำลังต้มน้ำอยู่นั้น ปรากฏว่าลมได้โบกกิ่งไม้ เป็นเหตุให้ใบชาร่วงหล่นลงในน้ำซึ่งใกล้เดือดพอดี เมื่อเขาลองดื่มก็เกิดความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก ชาเขียวถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆในช่วงศตวรรษต่างๆดังนี้ ช่วงศตวรรษที่ 3 ชาเป็นยา เป็นเครื่องบำรุงกำลังที่ได้รับความนิยมมากในช่วงศตวรรษที่3ชาวบ้านก็เริ่มหันมาปลูกชากันและพัฒนาขั้นตอนการผลิตมาเรื่อยๆ ช่วงศตวรรษที่ 4 และ 5 ชาในประเทศจีนได้รับความนิยมมากขึ้นและได้ผลิตชาในรูปของการอัดเป็นแผ่นคือ การนำใบชามานึ่งก่อน แล้วก็นำมา กระแทก ในสมัยนี้ได้นำน้ำชาถึงมาถวายเป็นของขวัญแด่พระจักรพรรดิ สมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618 - 906 ถือเป็นยุคทองของชา ชาไม่ได้ดื่ม เพื่อเป็นยาบำรุงกำลังอย่างเดียว แต่มีการดื่มเป็นประจำทุกวัน เป็นเครื่องมือเพื่อสุขภาพ สมัยราชวงศ์ซ้อง (ค.ศ. 960 - 1279 ชาได้เติมเครื่องเทศแบบใน สมัยราชวงศ์ถังแต่จะเพิ่มรสบางๆ เช่น น้ำมันจากดอกมะลิ ดอกบัว และดอกเบญจมาศ สมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368 - 1644) ชาที่ปลูกในจีนทั้งหมดเป็นชาเขียว สมัยนั้นกระบวนการผลิตชาได้พัฒนาขึ้นไปอีก ไม่อัดเป็นแผ่น แต่มี การรวบรวมใบชา นำมานึ่ง และอบแห้ง ซึ่งจะเก็บได้ไม่ดีนัก สูญเสียกลิ่นได้ ง่าย และรสชาติไม่ดี ในช่วงศตวรรษที่ 17 มีการค้าขายกับชาวยุโรป การผลิตเพื่อจะรักษาคุณภาพชาให้นานขึ้น โดยได้คิดค้นกระบวนการที่ เราเรียกว่า การหมัก เมื่อหมักแล้วก็จะนำไปอบ ซึ่งก็เป็นที่มาของชาอูหลง และชาดำ ในประเทศจีน มีการแต่งกลิ่นด้วย โดยเฉพาะกลิ่นดอกไม้
    ชาเขียว มี 2 ประเภท ชาเขียวแบบญี่ปุ่น ชาเขียวแบบญี่ปุ่นไม่ต้องคั่วใบชา ชาเขียวมีสารอาหารพวกโปรตีน น้ำตาลเล็กน้อย และมีวิตามินอีสูง ชาเขียวแบบจีน ชาเขียวแบบจีนจะมีการคั่วด้วยกะทะร้อน วิตามินเอและวิตามินอีที่มีอยู่ในใบชาจะสูญเสียไปเกือบหมดถ้าใช้ระยะเวลาในการชงนานจนเกินไป ส่วนปริมาณของแคลเซียม เหล็ก และวิตามินซีจะสูญเสียไปประมาณครึ่งหนึ่ง ใบชาเขียวมีสารสำคัญ 2 ชนิด กาเฟอีน (caffein) ซึ่งมีอยู่ในชาเขียวประมาณร้อยละ 2.5 โดยน้ำหนัก ซึ่งสารชนิดนี้เองที่ทำให้น้ำชาสามารถกระตุ้น ให้สมองสดชื่น แจ่มใส หายง่วง เนื่องจากกาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท เพิ่มการเผาผลาญ เพิ่มการทำงานของหัวใจและไต ผู้ป่วยโรคหัวใจก็ไม่ควรดื่มชา เนื่องจากกาเฟอีนมีคุณสมบัติในการกระตุ้นประสาทและบีบหัวใจ แทนนิน หรือ ฝาดชา (tea tannin) พบในใบชาแห้งประมาณร้อยละ 20-30 โดยน้ำหนัก เป็นสารที่มีรสฝาดที่ใช้บรรเทาอาการท้องเสียได้ ดังนั้นหากต้องการดื่มชาเขียวให้ได้รสชาติที่ดีจึงไม่ควรทิ้งใบชาค้างไว้ ในกานานเกินไป เพราะแทนนินจะละลายออกมามากทำให้ชาเขียวมีรสขม แต่ถ้าหากดื่มชาเขียวเพื่อจุดประสงค์ในการบรรเทาอาการท้องเสียก็ควรต้มใบชานาน ๆ เพื่อให้มีปริมาณแทนนินออกมามาก แทนนินยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ของกล้ามเนื้อหัวใจและขยายผนังหลอดเลือด จึงทำให้ชาเขียวเหมาะสำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูงด้วย นอกจากนี้ยังพบว่า สารแคทิชิน (catechin) ซึ่งเป็นสารแทนนินชนิดหนึ่งในชาเขียว มีฤทธิ์เป็นสารต้านการเกิดมะเร็ง โทษของชาเขียว ชาเขียวมีประโยชน์ แต่ชาที่เข้มข้นเกินไป ก็อาจจะเกิดโทษได้เช่นกัน ในผู้ป่วยที่เป็นโรคไทรอยด์ จะมีอาการกระสับกระส่าย ใจเต้นเร็ว มือสั่นอยู่แล้ว การดื่มชาจะทำให้มีอาการเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น หญิงมีครรภ์ ควรงดดื่มเพราะจะส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ในรายที่เป็นผู้ป่วยโรคหัวใจ ควรงดดื่มชา เพราะกาเฟอีนจะทำให้หัวใจทำงานไม่ปกติ คือเต้นเร็วขึ้น (หากชอบดื่มชา ก็อาจเลือกชาชนิดที่สกัดกาเฟอีนออกแล้วก็ได้)
    คนที่เป็นโคกระเพาะอาหารอักเสบ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มชา เพราะชาจะกระตู้นให้ผนังกระเพราะอาหารหลั่งน้ำย่อยซึ่งมีสภาวะเป็นกรดมามากกว่าปกติ ทำให้อาการอักเสบยิ่งรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตามในกรณีที่เป็นโรคกระเพาะแต่เลิกดื่มชาไม่ได้ การเติมนมก็มีประโยชน์ เพราะนมยับยั้งแทนนินไม่ให้ออกฤทธิ์กระตุ้นน้ำย่อยในกระเพราะอาหาร การดื่มชาแทนอาหารเช้าจะทำให้ ร่างกายขาดสารอาหาร จึงควรเติมนมหรือน้ำตาลอาจเพิ่มเพิ่มคุณค่าได้บ้าง และควรกินอาหารชนิดอื่นร่วมด้วย การดื่มชาในปริมาณที่เข้มข้นมากๆจะทำให้เกิดอาการท้องผูก และนอนไม่หลับ ไม่ควรดื่มชาที่ร้อนจัดมากๆเพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร ระคายเคืองต่อเซลล์ จะทำให้เกิดโรคมะเร็งสูง การดื่มชาเขียวในปริมาณสูงอาจมีผลในการลดการดูดซึมวิตามิน B1 และ ธาตุเหล็กได้ ในกรณีที่ดื่มชาเพื่อต้องการเสริมสุขภาพและป้องกันมะเร็ง การเติมนมในชาก็ไม่ได้ผล เพราะฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเกิดจากสารแทนนิน แต่การเติมนมลงไปนมจะไปจับกับสารแทนนิน ไม่ให้ออกฤทธิ์ แม้จะมีการวิจัยต่างๆ มากมายที่ระบุว่าสาร EGCG ในคาเทซินซึ่งมีอยู่ในชาจะสามารถลดอัตราการเกิดมะเร็งได้ถึง 50% แต่การทดลองบางแห่งหนึ่งก็พบว่าการ EGCG เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดมะเร็งในสัตว์อีกชนิดหนึ่ง เพราะความสลับซับซ้อนของเอมไซม์และฮอร์โมนของสัตว์ที่แตกต่างกัน การดื่มชาเพื่อสุขภาพที่แท้จริงจึงควรอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะพอดี
     ชาอูหลง เป็นชากึ่งหมัก ผ่านกระบวนการนวดเล็กน้อย ใช้เวลาไม่มากนัก มีกลิ่นหอม รสชาดชุ่มคอ ถ้าเป็นชาน้ำร้อนจะเห็นสีเขียวของใบชาอยู่ รสชาติจะจืดกว่าชาเขียว น้ำชามีสีแดงเข้ม หมักใบสดระหว่างผลิตบางส่วน กระบวนการผลิต นำยอดชามาผึ่งแดดให้อุณหภูมิในยอดชาสูงขึ้น ทำให้เกิดกลิ่นหอม นำมาผึ่งในที่ร่ม พร้อมเขย่าเพื่อกระตุ้นให้ใบชาตื่นตัว เข้ากระบวนการเร่งการหมัก ทำให้น้ำชามีสีเข้มขึ้น ประโยชน์ของใบชา น้ำชามีสาร tannin ช่วยสลายไขมันในลำไส้ใหญ่ ช่วยทำให้สดชื่น กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและหมุนเวียนโลหิต
     ชาดำ ชาดำเป็นชาที่ผ่านกระบวนการหมัก 100% ชงมาแล้วได้สีออกดำแดง คนจีนเรียกว่า ชาแดง ส่วนฝรั่งมักเรียก ชาดำ (Black Tea) เนื่องจากรสชาติที่เข้มข้น จึงนิยมนำมาผสมนม เรียกอีกอย่างว่า ชานม กการเก็บใบชาอ่อนไปบดด้วยลูกกลิ้ง ซึ่งเซลล์ใบชาจะแตกช้ำโดยใบไม่ขาด และเอนไซม์ในเซลล์จะย่อยสลายสาร เกิดเป็นกระบวนการหมัก ทำให้เกิดกลิ่นและรส และใบชาเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีทองแดง ทิ้งไว้ระยะหนึ่งก่อนใช้ความร้อนเป่าไปที่ใบชาหรืออาจจะนำใบชาไปอังไฟ หรือรมด้วยไอน้ำ เอนไซม์จะหมดฤทธิ์ ใบชาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ นำไปตากหรืออบให้แห้ง จากนั้นบดหรือหั่นตามแต่ชนิดของชา ชาที่ได้มาเรียกว่า ชาดำ บประโยชน์ของชาดำ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา ระบุว่า การดื่มชาดำช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ เพราะชาดำมีสรรพคุณปรับปรุงสภาพเส้นเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจ
    งานวิจัย ชิ้นล่าสุดช่วยยืนยันผลการศึกษาก่อนหน้านี้ที่พบว่าชาประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า ฟลาโวนอยด์ สารเคมีตัวนี้ช่วยป้องกันคอเลส เตอรอลไม่ให้ทำลายเส้นเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจ ทั้งนี้โรคหัวใจที่เกิดจากการขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง มีสาเหตุสำคัญอยู่ที่ชั้นบางๆ ของเซลล์ที่อยู่บริเวณผนังของเส้นเลือดถูกทำลาย ชั้นบางๆ มีความสำคัญเพราะทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่น ขยายตัวหรือหดตัวได้ตามที่หัวใจต้องการเลือด และชั้นบางๆ ของเซลล์ที่ผนังเส้นเลือดยังป้องกันเลือดจับตัวเป็นก้อน และผนังเลือดอักเสบ การดื่มชาดำจะส่งผลโดยทันทีและในระยะยาวต่อหลอดเลือด โดยการทดลองได้นำอาสาสมัคร 50 คนที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ แบ่งเป็นกลุ่มแรกให้ดื่มชาดำ ส่วนกลุ่มที่ 2 ให้ดื่มน้ำเปล่า ผลปรากฏว่าผู้ที่ดื่มชาดำวันละ 4 ถ้วย มีชั้นบางๆ ที่หลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจดีขึ้น แต่คนที่ดื่มน้ำเปล่าไม่มีผลใดๆ และจากเว็บไซต์วิชาการดอทคอม พบข้อมูลว่า ชาดำช่วยแก้อาการเครียด โดยอ้างถึงรายงานของยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ ลอนดอน ที่พบว่าชาดำมีผลต่อระดับฮอร์โมนความเครียดในร่างกายที่มีชื่อว่า คอร์ติซอล ซึ่งหลั่งจากต่อมหมวกไตเข้าสู่กระแสเลือดเมื่อร่างกายต้องตอบสนองต่อสภาวะเครียด งานวิจัยว่าถ้าดื่มชาดำประจำสม่ำเสมออาจช่วยให้ความจำดียิ่งขึ้น ด้วยชาดำมีผลต่อการยับยั้งการทำงานบางชนิดของเอนไซม์ Butyrylcholinesterase ที่มีส่วนร่วมก่อโปรตีน Amyloid Beta (AB) ในสมอง สาเหตุหลักของโรคอัลไซเมอร์ ยังมีข้อมูลตีพิมพ์ในวารสาร Psychopharmacology ศ.แอนดริว เตรบโต พบว่าคนที่ดื่มชาดำในการทดลองสามารถลดความเครียดได้ง่ายและฟื้นตัวจากความเครียดได้เร็วกว่าคนที่ไม่กินชา หรือได้รับชาดำหลอก หรือ placebo tea อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่ามีสารเคมีอะไรที่มีผลต่อการฟื้นตัวจากสภาพที่เครียดดังกล่าว เพราะสารเคมีในชามีความซับซ้อน และมีสารเคมีในชาหลายตัว เช่น catechins, polyphenols, flavonoids และ amino acids เป็นต้น มีผลต่อการส่งกระแสประสาทในสมองทั้งสิ้น การเทียบคุณค่าระหว่างชาดำกับชาเขียวมีข้อมูลว่า กระบวนการผลิตทำให้สารเคมีที่เป็นประโยชน์ เช่น สารไอโซฟลาโวน (อาทิ สารคะเตชิน) ในชาเขียวยังไม่ถูกทำลายไปมากนัก ชาเขียว 100 กรัม ยังมีสารคะเตชินเหลืออยู่ถึง 14.2 กรัม ขณะที่ในชาดำมี 4 กรัมต่อใบชา 100 กรัม อย่างไรก็ตาม พบว่าชาดำกับชาเขียวมีสารเคมีที่เรียกว่า โพลีฟีนอล ใกล้เคียงกัน คือประมาณ 15-16 กรัมต่อใบชา 100 กรัม เหตุนี้เองจึงมีนักวิทยาศาสตร์บางคนยืนยันว่าชาดำก็ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพได้เหมือนกัน แต่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่าชาเขียวให้ประโยชน์มากกว่า เพราะมีสารคะเตชินมากกว่าชาเจียวกู้หลานธรรมชาติ-เจียวกู้หลานธรรมชาติจากยอดดอยเชียงใหม่ชาเจียวกู้หลานธรรมชาติ-เจียวกู้หลานธรรมชาติจากยอดดอยเชียงใหม่ชาเจียวกู้หลานธรรมชาติ-เจียวกู้หลานธรรมชาติจากยอดดอยเชียงใหม่

เรื่องของชา ประวัติของชา สมุนไพรที่นิยมนำมาทำเป็นชา ชาถุงเจียวกู้หลาน

ชาเจียวกู้หลานธรรมชาติ-เจียวกู้หลานธรรมชาติจากยอดดอยเชียงใหม่เจียวกู้หลานฟอร์ยู ขอนำผลิตภัณฑ์ชาทีผลิตจากเจียวกู้หลานธรรมชาติ นำมาผลิตเป็นชาให้ท่านได้คุณประโยชน์ของสมุนไพรและรดชาดของชาไปพร้อมๆ กันและที่สำคัญสมุนไพรเจียวกู้หลานธรรมชาติที่นำมาผลิตไม่มีสารคาเฟอีนที่ทำให้ท้องผูกและนอนไม่หลับ
ดื่มด่ำกับรดชาดของชาเจียวกู้หลานพร้อมได้คุณค่าของสมุนไพรที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง (คุณสมบัติและสรรพคุณของเจียวกู้หลาน สามารถดูได้จากการอ้างอิง ) ส่งตรงให้คุณจาดเชียงใหม่ถึงบ้านคุณโดยบริการของไปรษณีย์ไทย รสชาดหอมละมุน ชุ่มคอชื่นใจ สามารถชงกับน้ำร้อนได้บ่อยครั้งจนกว่ารสชาดของชาจะจางลงหรือหายไป
ชาเจียวกู้หลานธรรมชาติ-เจียวกู้หลานธรรมชาติจากยอดดอยเชียงใหม่ชาเจียวกู้หลานชนิดชงถุงเล็ก บรรจุในซอง สะดวกต่อการชง 1 กล่อง บรรจุ 45 ซอง 
ชาเจียวกู้หลานธรรมชาติ-เจียวกู้หลานธรรมชาติจากยอดดอยเชียงใหม่สำหรับชงถุงเล็ก ราคา ปกติ 350 บาท ราคาโปรโมชั่น 280 บาท
ชาเจียวกู้หลานธรรมชาติ-เจียวกู้หลานธรรมชาติจากยอดดอยเชียงใหม่ดูรายละเอียดการสั่งซื้อและการจัดส่งถึงมือท่านเพื่อความสะดวกชาเจียวกู้หลานธรรมชาติ-เจียวกู้หลานธรรมชาติจากยอดดอยเชียงใหม่ชาเจียวกู้หลานธรรมชาติ-เจียวกู้หลานธรรมชาติจากยอดดอยเชียงใหม่ชาเจียวกู้หลานธรรมชาติ-เจียวกู้หลานธรรมชาติจากยอดดอยเชียงใหม่ชาเจียวกู้หลานธรรมชาติ-เจียวกู้หลานธรรมชาติจากยอดดอยเชียงใหม่ชาเจียวกู้หลานธรรมชาติ-เจียวกู้หลานธรรมชาติจากยอดดอยเชียงใหม่

ชาเจียวกู้หลาน,ชาเจียวกู่หลาน,ชาเจียวกูหลาน,ชนิดชาถุงชง,ชาเจียวกู้หลาน ดีต่อสุขภาพคุณภาพคัดพิเศษจากยอดดอยเชียงใหม่ - ชาเจียวกู้หลาน -ชาเจียวกู้หลานธรรมชาติ-เจียวกู้หลานธรรมชาติจากยอดดอยเชียงใหม่

       
       
ชาเจียวกู้หลาน,ชาเจียวกู่หลาน,ชาเจียวกูหลาน,ชนิดชาถุงชง,ชาเจียวกู้หลาน ดีต่อสุขภาพคุณภาพคัดพิเศษจากยอดดอยเชียงใหม่ - ชาเจียวกู้หลาน -ความลงตัวของวัฒนธรรมการดื่มชาเพื่อสุขภาพเจียวกู้หลาน ชาเจียวกู้หลาน,ชาเจียวกู่หลาน,ชาเจียวกูหลาน,ชนิดชาถุงชง,ชาเจียวกู้หลาน ดีต่อสุขภาพคุณภาพคัดพิเศษจากยอดดอยเชียงใหม่ - ชาเจียวกู้หลาน -ความลงตัวของวัฒนธรรมการดื่มชาเพื่อสุขภาพเจียวกู้หลาน ชาเจียวกู้หลาน,ชาเจียวกู่หลาน,ชาเจียวกูหลาน,ชนิดชาถุงชง,ชาเจียวกู้หลาน ดีต่อสุขภาพคุณภาพคัดพิเศษจากยอดดอยเชียงใหม่ - ชาเจียวกู้หลาน -ความลงตัวของวัฒนธรรมการดื่มชาเพื่อสุขภาพเจียวกู้หลาน ชาเจียวกู้หลาน,ชาเจียวกู่หลาน,ชาเจียวกูหลาน,ชนิดชาถุงชง,ชาเจียวกู้หลาน ดีต่อสุขภาพคุณภาพคัดพิเศษจากยอดดอยเชียงใหม่ - ชาเจียวกู้หลาน - ความลงตัวของวัฒนธรรมการดื่มชาเพื่อสุขภาพเจียวกู้หลาน

รายละเอียดการสั่งซื้อ

ชาเจียวกู้หลานแบบชาถุงชง ไม่มีจำหน่ายโดยทั่วๆ ไป ตามท้องตลาด ท่านสามารถสั่งซื้อโดยการโอนเงินค่าสินค้าผ่านธนาคารแล้วโทรแจ้งที่จัดส่งสินค้าให้เราทราบ คลิกเพื่อดูรายละเอียดทั้งหมด

  แนะนำหนังสือน่าอ่านเจียวกู้หลาน
   ชาเจียวกู้หลาน,ชาเจียวกู่หลาน,ชาเจียวกูหลาน,ชนิดชาถุงชง,ชาเจียวกู้หลาน ดีต่อสุขภาพคุณภาพคัดพิเศษจากยอดดอยเชียงใหม่ - ชาเจียวกู้หลาน -

ชาเจียวกู้หลานธรรมชาติ

ผลิตจากเจียวกู้หลานธรรมชาติ 100 % ปลอดภัยจากสารตกค้าง ไม่ใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงในการบวนการธรรมชาติของเจียวกู้หลาน ในกระบวนการแปรรูปไม่ใช้สารเคมีเช่นสารกันบูด สารกันเชื้อรา สารปรุงแต่งรสชาด สีผสมอาหารและอื่นๆ

บรรจุ กล่องละ 45 ซองเล็ก แยกเป็นซองย่อย 3 ซองย่อยในกล่อง เพื่อความสดสะอาดของชาเจียวกู้หลาน.

การจัดส่ง

ชาเจียวกู้หลานส่งตรงจากเชียงใหม่ถึงมือท่านโดยไปรษญีย์ไทย

ชาเจียวกู้หลาน,ชาเจียวกู่หลาน,ชาเจียวกูหลาน,ชนิดชาถุงชง,ชาเจียวกู้หลาน ดีต่อสุขภาพคุณภาพคัดพิเศษจากยอดดอยเชียงใหม่ - ชาเจียวกู้หลาน - ชาเจียวกู้หลานธรรมชาติ-เจียวกู้หลานธรรมชาติจากยอดดอยเชียงใหม่, สมุนไพร, เจียวกู้หลัน , เจียวกู้หลาน JIAOGULAN -เจียวกู้หลานสมุนไพรไทยคุณภาพจากเชียงใหม่
คลิกที่รูปแล้วใส่หมายเลขทีรับแจ้งเพื่อเช็คสถานะการเดินทางของสินค้า